วิธีการเลือกซื้อระบบเครื่องสแกนลายนิ้วมือ

ในระบบสแกนเนอร์ลายพิมพ์นิ้วมือ ท่อนหัวอ่านจะเป็นส่วนที่ได้รับการสัมผัสตลอดระยะเวลา ด้วยเหตุนี้ หน้าเลนส์ ก็เลยเป็นส่วนที่สำคัญมากสำหรับเพื่อการใช้งาน หน้าเลนส์ แบบพวกสิ่งของ ตระกูลโพลีเมอร์จะเป็นลักษณะก็จะคล้ายๆยาง เมื่อเกิดคราบเปื้อนเลอะเทอะซึ่งมีความสกปรกสะสมพวกเราไม่อาจจะทำความสะอาดได้ด้วยการเช็ดปกติ หรืออีกประการหนึ่ง

เป็นหน้าเลนส์ไม่อาจจะทนต่อการขีดข่วนจากของแข็ง หรือของมีคมได้ แล้วก็หากคือการใช้งานกับผู้ใช้ที่นิ้วมือมีคราบเคมี หรือเปื้อนน้ำมัน ตัวอย่างเช่น งานโรงงาน หรือไซต์การก่อสร้าง เลนส์หน้าสัมผัสพวกโพลีเมอร์นั้น จะถูกกัดจนกระทั่งบวม รวมทั้งลอกออกมา ซึ่งได้ผลสำเร็จทำให้เครื่องสแกนลายพิมพ์นิ้วมือไม่สามารถที่จะกระทำสแกนได้ อีกประการหนึ่ง เป็นชนิดอ่านค่าความจุ

กระแสไฟฟ้าของลายพิมพ์นิ้วมือ หรือตระกูล Silicon Sensor การทำงานเป็น เมื่อนำนิ้วมือไปสัมผัสกับหน้าเลนส์ที่เป็นโลหะ โดยตรงจะมีการถ่ายเทประจุผ่าน ลายพิมพ์นิ้วมือของพวกเราเพื่อเก็บเป็นข้อมูล หัวอ่านชนิดนี้จะเกิดคราบเปื้อนเลอะเทอะซึ่งมีความสกปรกสะสม และก็กำเนิดรอยขูดขีดได้ง่าย ส่งผลให้จำต้องกระทำซ่อมแซมและก็เปลี่ยนหน้าเลนส์กันเสมอๆ

สำหรับหัวอ่านที่ดีของสแกนเนอร์ลายพิมพ์นิ้วมือ ควรจะเลือกใช้ที่เป็นแบบ Optical รวมทั้ง Optical CMOS หรือ URU4000 Sensor ด้วยเหตุว่าอุปกรณ์หน้าเลนส์ของหัวอ่านเหล่านี้จะทำมาจากแฟ่นกระจกฉาบอย่างยอดเยี่ยม จะคุ้มครองปกป้องคราบเปื้อนเลอะเทอะซึ่งมีความสกปรกได้ดี รวมทั้งยังป้องกันการครูดขีดจากของแข็งได้เป็นอย่างดี มีความคาดเขยื้อนสำหรับการอ่านลายพิมพ์นิ้วมือน้อยมาก
แนวทางในการเลือกซื้อสแกนเนอร์ลายพิมพ์นิ้วมือสามารถแบ่งได้เป็นข้อๆได้ดังต่อไปนี้

  1. หัวอ่าน (Sensor) ว่าสินค้านั้นใช้หัวอ่านแบบไหน?
  2. ความเร็วสำหรับเพื่อการอ่านลายพิมพ์นิ้วมือ และก็ใช้เทคโนโลยีใดสำหรับการอ่าน
  3. ปริมาณลายพิมพ์นิ้วมือที่รองรับ แล้วก็หน่วยความจำสำหรับเพื่อการบันทึกการใช้แรงงานของเครื่อง
  4. อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับในการผลิตเครื่องมือ ว่าแข็งแรงทนทานไหม
  5. ส่วนของ Software มองว่ามีฟังชั่นการใช้งานดีและก็ยืดหยุดหรือเปล่า
  6. ผลิตภัณฑ์นั้นผลิตขึ้นมาจากโรงงานที่ตามมาตรฐาน ISO หรือเปล่า
  7. ผลิตภัณฑ์ได้ผ่านการตรวจสอบแล้วก็ได้รับการยืนยันมาตรฐานจากสถาบันรับประกันมาตรฐาน หรือเปล่า(มาตรฐานที่ทั่วโลกให้การสารภาพด้วยดีก็ ได้แก่ UL, FC, CE, LPS ฯลฯ)
  8. คุณอย่าตัดสินใจที่ราคาเพียงอย่างเดียว เนื่องจากว่าผลิตภัณฑ์ราคาไม่แพงยังคงมีอะไรแฝงอีกเยอะแยะ คุณควรจะพิจารณาจาก
    o Perfomance = คุณลักษณะหลักการทำงานของตัวผลิตภัณฑ์
    o Location Area = ระยะทางของบริษัทผู้ขาย กับสถานที่ๆเราจะซื้อสินค้ามาติดตั้ง
    o Profile = ประสบการณ์และก็การเชี่ยวชาญของบริษัทคนขาย
    o Warranty = การรับรองตัวอุปกรณ์ผลิตภัณฑ์ และก็ระบบ
    o After Sale Service = การบริการข้างหลังแนวทางการขาย ของบริษัทผู้ขาย
    o Price = ราคาผลิตภัณฑ์ที่สมควร ของภาพรวมผลิตภัณฑ์ทุกๆข้อที่กล่าวมา

เครดิต : siamfinger.com/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *